วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2559



ไม้มงคล

ต้นวาสนา

ต้นวาสนา ต้นไม้มงคลตามความเชื่อของคนไทยนะครับ          สำหรับผู้ที่กำลังคิดจะประดับตกแต่งรอบ ๆ บ้านด้วยการปลูกไม้ดอก ไม้ประดับต่างๆ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีรายชื่อของ ต้นวาสนา เพราะนอกจากเป็นต้นไม้ที่มีชื่อมงคลแล้ว ต้นวาสนายังเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย เหมาะกับดินทุกสภาพ และมีความทนทานอีกด้วย คนไทยจึงนิยมปลูกต้นวาสนาเอาไว้คู่บ้านเป็นอันดับต้น ๆ เลยทีเดียวครับ
 ลักษณะของต้นวาสนา
          วาสนาจัดเป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นสีน้ำตาลอมเทามีขนาดสูงราว 5-10 เมตร
          ดอกวาสนามีสีขาวถึงชมพู มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อ ช่อดอกยาวประมาณ 45-50 เซนติเมตร
 ประโยชน์ของต้นวาสนา
          ต้นวาสนาเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีใบสวยงาม เวลาออกดอกจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ นอกจากจะทำให้สวยงามร่มรื่นแล้ว คนไทยโบราณยังเชื่อว่า หากปลูกต้นวาสนาไว้ในบ้าน และดูแลอย่างดี จนต้นวาสนาออกดอก จะช่วยให้คนในครอบครัวนั้นได้รับโชคลาภอีกด้วย ซึ่งต้นวาสนานี้จัดเป็นไม้มงคลที่ขึ้นชื่อ อีกทั้งยังมีชื่อต้นที่เป็นมงคล จึงเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่ใคร ๆ ต่างนิยมปลูกเพื่อเสริมโชคลาภตามความเชื่อนั่นเองครับ
วิธีการปลูกต้นวาสนา
การปลูกต้นวาสนา มี 2 วิธี ดังนี้
      1. การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวน ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก
      2. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงสูงขนาด 10- 18 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : แกลบผุ :ดินร่วนอัตรา 1:1:1 ผสมดินปลูกควรเปลี่ยนกระถาง 1-2 ปี/ครั้ง หรือแล้วแต่ความเหมาะสม เช่น การขยายตัวของราก เมื่อรากแน่นเกินไปก็ควรจะเปลี่ยนกระถาง หรือ เพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ทดแทนดินเดิมที่เสื่อมสภาพไป
  วิธีการดูแลรักษา
      ดิน ชอบดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย มีความชื้นปานกลางจนถึงสูง
      ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ควรใส่ปีละ 5-6 ครั้ง
      น้ำ ต้องการปริมาณน้ำปานกลางจนถึงมาก ควรให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง
      แสง ต้องการแสงแดดอ่อนรำไร จนถึงแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง
      อุณหภูมิ ต้นวาสนาเป็นไม้ที่ชอบอากาศหนาวเย็น จึงควรปลูกในอุณหภูมิประมาณ 10-18 องศาเซลเซียส จึงจะเหมาะสม และหากต้องการให้ต้นวาสนาออกดอก ควรปลูกในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส
 การขยายพันธุ์
          วิธีที่นิยมและได้ผลดี คือ การปักชำ โดยการตัดลำต้นเป็นท่อน ๆ ยาวประมาณ 6-8 นิ้ว จากนั้นนำลงแช่น้ำในถาดตื้น ๆ จนแตกหน่อ แล้วจึงนำไปปลูกลงในดิน และหมั่นรดน้ำ เพื่อให้เจริญเติบโตเป็นต้นวาสนาที่สวยงามต่อไป

           หากใครที่ชื่นชอบต้นไม้สวย ๆ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ และอยากได้ต้นไม้มงคลไว้ประดับบ้านสักต้น อย่าลืมลองนำต้นวาสนามาปลูกกันดูนะครับ.

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559


ไม้มงคล

ขนุน

ขนุน เป็นอีกหนึ่งต้นไม้ชื่อมงคลที่คนนิยมปลูกเช่นกัน เพราะตามความเชื่อของคนโบราณ บอกกันว่า การปลูกต้นขนุนจะทำให้ผู้อยู่อาศัยได้รับการสนับสนุน มีคนคอยอุปการะอุดหนุนจุนเจือ คอยให้ความช่วยเหลือ มีคนสรรเสริญ สามารถป้องกันอันตรายและคนใส่ร้ายป้ายสีได้ ซึ่งหากบ้านไหนคิดจะปลูกต้นขนุนแล้วล่ะก็ ควรเลือกปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จะดีที่สุด โดยให้หัวหน้าครอบครัวเป็นคนลงมือปลูกในวันจันทร์ หรือวันพฤหัสบดี
          วันนี้เรามาศึกษาต้นขนุนกันดีกว่า..นอกจากเป็นไม้มงคลแล้ว ต้นไม้ชนิดนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรอีกด้วย
ลักษณะทั่วไป
ขนุนเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ลำต้นสูงประมาณ 8–15 เมตรมียางขาวทั้งต้น ใบ กลมรี ยาว 7–15 ซม. ก้านใบยาว 1-2.5 ซม. เนื้อใบเหนียวและหนา ดอก ออกเป็นช่อ ช่อดอกตัวเมียและตัวผู้จะอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกตัว ผู้จะออกที่ปลายกิ่ง เป็นแท่งยาวประมาณ 2.5 ซม. ช่อดอกตัวเมียเป็นแท่งกลมยาวออกจากลำต้น กิ่งก้านขนาดใหญ่ ผล เป็นผลรวม ผลกลมและยาวขนาดใหญ่ หนักหลายกิโลกรัมเมล็ดกลมรี เนื้อหุ้มเมล็ดสีเหลือง ถ้าสุกมีกลิ่นหอม
การปลูก โดยการเพาะเมล็ด ปลูกทั่วไปในสวนและบริเวณบ้าน
สรรพคุณทางยา
ใบ รสฝาดมันรักษาหนองเรื้อรัง และใบสดนำมาตำให้ละเอียดอุ่นพอกแผล
ราก รสหวานอมขม แก้ท้องร่วง แก้ไข้ แก้ธาตุน้ำกำเริบ โลหิตพิการ ฝาดสมานบำรุงกำลัง และบำรุงโลหิต
แก่นและราก รสหวานอมขม บำรุงโลหิต แก้กามโรค ขับพยาธิ ระงับประสาท และแก้โรคลมชัก
ยาง รสจืด ฝาดเฝื่อน แก้อักเสบบวม แผลมีหนองเรื้อรัง แก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ขับพยาธิ และขับน้ำนม
เนื้อหุ้มเมล็ด รสหวานมันหอม บำรุงกำลัง และชูหัวใจให้ชุ่มชื่น
เนื้อในเมล็ด รสหวานมัน บำรุงน้ำนม ขับน้ำนม และบำรุงกำลัง
คติความเชื่อ

ขนุนนับได้ว่าเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย กำหนดปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ (หรดี) ตามโบราณเชื่อกันว่า การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านจะหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ นอกจากนี้ชาวเหนือใช้ใบขนุนร่วมกับใบพุทรา ใบพิกุล นำมาซ้อนกันแล้วนำไปไว้ใน ยุ้งข้าวตอนเอาข้าวขึ้นยุ้งใหม่ๆ เชื่อกันว่าจะทำให้หนุนนำและส่งผลให้มีข้าวกินตลอดปีและตลอดไป